“ไขมันพอกตับ” ⁉️ ภัยเงียบ…ที่อันตราย 🚨 ไม่แสดงอาการ
“ไขมันพอกตับ” ⁉️ ภัยเงียบ…ที่อันตราย 🚨 ไม่แสดงอาการ 🆘🆘🆘
เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานไปใช้ได้หมด จึงสะสมเป็นไขมันในเซลล์ตับ
🩺 หากไม่รักษาอาจส่งผลให้กลายเป็น 🚨 ตับแข็งและมะเร็งตับได้
📍 สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในอายุ 40-50 ปีขึ้นไปที่ประสิทธิภาพการทำงานของระบบการเผาผลาญอาหารเริ่มลดลง
สาเหตุ… ⁉️ ที่ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ
1. จากการเผาผลาญพลังงานที่ผิดปกติ (Metabolic Syndrome)
🔻รับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน
🔻มีภาวะอ้วน น้ำหนักตัวมากเกินไป ดัชนีมวลกายมากกว่า 25 (BMI > 25)
🔻ไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อย
🔻เป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง
2. จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ ประเภทและระยะเวลาที่ดื่ม เรียกว่า Alcoholic fatty liver
ไขมันพอกตับบ้างอาจเสี่ยงกับใครบ้าง ⁉️
🔻คนอ้วน ผู้ชายรอบเอวเกิน 40 นิ้ว / ผู้หญิง รอบเอวเกิน 35 นิ้ว
🔻ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีน้ำตาลในเลือดมากกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
🔻ผู้ที่มีไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
🔻ผู้ที่มีไขมันดี หรือ HDL ต่ำ ผู้ชาย น้อยกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิง น้อยกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
🔻ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
🔻ผู้ที่ออกกำลังกายน้อย
รู้ได้อย่างไรว่าเริ่มมีไขมันพอกตับ ⁉️
โดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแสดงอาการ มักจะตรวจพบจากการตรวจเลือดประจำปี หรืออัลตราชาชาวนด์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา
📍ตรวจพบโรคไขมันพอกตับ 🧨 แบ่งระยะการดำเนินโรคได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้
⛔️ ระยะแรก เป็นระยะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ
⛔️ ระยะที่สอง เป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับ หากไม่ควบคุมดูแล และปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อยๆ เกินกว่า 6 เดือนอาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
⛔️ ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรงต่อเนื่องเกิดพังผืด (brosis) สะสมในตับ เซลล์ตับค่อยๆ ถูกทำลายลงแทนที่ด้วยพังผืด
⛔️ ระยะที่สี่ เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป ทำให้เกิดตับแข็งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ 🆘 🚨
5 วิธีตรวจสอบตับว่ามีอาการ “ไขมันเกาะตับ” หรือไม่ ⁉️
🔰 โดยการตรวจเลือด
🔰 การตรวจอัลตราชาวนด์
🔰 การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
🔰 การเจาะชิ้นเนื้อตับ
🔰 การตรวจด้วยเครื่อง Fibroscan โดยที่ผู้ป่วยไม่เจ็บตัว
5 แนวทางการรักษาและป้องกันภาวะไขมันเกาะตับ 🌟
✅ หากมีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักโดยให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
✅ ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที
✅ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันต่ำ กากใยสูงและให้พลังงานต่ำ
✅ ผู้ป่วยที่มีเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคให้ดีด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
✅ หล็กเลี่ยงการรับประทานยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง
✅ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
🍺 สายดื่ม สายปาร์ตี้ ดื่มหนัก ปาร์ตี้บ่อย ใช้ร่างกายทำงานหนัก อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ตับจะแย่ เพราะขาดการดูแล
📍แนะนำให้ทาน “เลซิติน” ✳️
🌟สอบถาม/สังซื้อสินค้า 🛎 สายด่วน 0988956519 หรือ
#ไขมันในเลือดสูง #ความดันโลหิตสูง #ไขมันพอกตับ #ไตรกลีเซอไรด์สูง #เบาหวาน #โรคหัวใจ #หัวใจเต้นผิดจังหวะ #เส้นเลือดในสมองตีบ #เผาผลาญ
.png)






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น